lnwshop logo

เครื่องตรวจจับโลหะ TC-30

เครื่องตรวจจับโลหะ TC-30
หมวดหมู่ เครื่องตรวจจับโลหะ หาทอง ใต้ดิน ใต้น้ำ
ราคา 3,900.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 21 มี.ค. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ชิ้น
หยิบลงตะกร้า
Scan this!

เครื่องตรวจจับโลหะใต้ดิน 
TC-30



แนะนำการใช้เครื่อง

          เครื่องตรวจจับโลหะใต้ดิน TC-30 ตัวนี้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากต่างประเทศ เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ใช้ส่วนประกอบคุณภาพดีที่นำเข้า ทำให้มีคุณสมบัติในการตรวจจับที่ความลึกมากลงไปกว่าเดิม ทราบตำแหน่งที่แม่นยำขึ้น จดจำวัตถุได้ดี ใช้งานง่าย สไตล์การใช้งานไม่ตกยุค

          เครื่องตรวจจับโลหะนี้ใช้สำหรับตรวจหาและระบุชนิดโลหะที่ฝังตัวไว้ใต้ดิน นอกจากใช้ในทางการทหารแล้ว เรายังสามารถใช้ได้ในการตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย ทางการตำรวจ หาวัตุดิบแหล่งพลังงานน้ำมันและอาหาร วัตถุโลหะในซองจดหมายหรือกล่องพัสดุ ตรวจสอบตำแหน่งท่อโลหะใต้ดิน ใช้ในการศึกษาทางธรณีวิทยา การค้นพบแหล่งสมบัติ หาโลหะมีค่า และใช้ในการแยกวัสดุสำหรับมารีไซเคิลใช้ใหม่

          ประสิทธิภาพในการตรวจจับของเครื่องนี้ภายใต้พื้นดินที่ลึก มักได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างดินในบริเวณนั้นด้วย เนื่องจากว่า แร่ธาตุและส่วนประกอบต่่างๆในดินก็สามารถทำให้เกิดสัญญาณที่มารบกวนหรือบดบังสัญญาณจากวัตถุโลหะที่เราค้นหาได้ เราเรียกว่า ปฏิกิริยาที่เกิดจากแร่ธาตุในดินด้วยเหตุผลนี้ทำให้เครื่องตรวจจับในยุคเก่าๆ สามารถตรวจจับได้เพียงแค่ตื้นๆ เท่านั้น

          เครื่องหาทอง TC-90 เครื่องนี้ พัฒนามาอย่างดีด้วยระบบการปรับสมดุลของสัญญาณ ตรวจจับเพียงสัญญาณจากโลหะ และกำจัดสัญญาณรบกวนจากแร่ธาตุในดิน ทำให้สามารถตรวจจับได้ในความลึกที่มากขึ้นและมีความแม่นยำขึ้น

 

(รูปภาพประกอบ) ก็จะมีส่วนต่างๆคือ

ตัวกล่องปฏิบัติการหลัก ที่เขียนว่า TC-30

Detect pole  เป็นแขนของเครื่อง ที่แยกเป็นสองส่วน ส่วนบนเชื่อมกับตัวกล่องปฏิบัติการหลัก ส่วนล่างจะติดอยู่ กับจานตรวจจับ แขนจะมาต่อกันในตำแหน่ง catch hole ซึ่งน่าจะเป็นรูเสียบแล้วเอาไว้ให้มันล็อก

Probe bolt กับ probe nut  เป็นน็อตที่เอาไว้ล็อก Probe หรือจานตรวจจับ ไว้กับแขนของเครื่อง โดยจะมี Gasket เป็นเหมือนแหวนคั่น

 

ค่าพารามิเตอร์ต่างๆของเครื่อง

ตรวจจับได้ลึกสุด 1.2 เมตร

โหมดการทำงานมีทั้งโหมดตัดสัญญาณจากดิน(Ground balance)และโหมดจดจำชนิดโลหะ

ความถี่ของการสั่น 3.57/3.64/3.68 กิโลเฮิร์ตซ์

ความถี่ของสัญญาณ 435.7/444.3/449.1 เฮิร์ตซ์

กำลังการทำงาน 0.6 วัตต์

แบตเตอรี่ กระแสตรง(DC) 7-9 โวลต์

 

คำแนะนำเกี่ยวกับหน้าปัดความคุม

1.       ปุ่ม button : ปุ่มนี้เป็นปุ่มสำคัญเพราะเป็นปุ่มปรับจูนมิเตอร์ด้านบน ให้กดแล้วปล่อยบ่อยๆเพื่อเป็นการจดจำระบบ จดจำสถานะการทำงาน ณ เวลานั้นๆโดยอัตโนมัติ หากลืม ไม่ได้กดจูนบ่อยๆ จะมีผลกระทบต่อความลึก ที่เครื่องสามารถตรวจจับได้

2.        ปรับปุ่ม power : สามารถปรับจูนได้ มันจะส่งเสียงยุบยิบเป็นการบอกเมื่อความไวต่อวัตถุมากเกินไป แต่ถ้ามีเสียงดังหรือเสียงเงียบไปเลยนั่นหมายถึงความไวต่อวัตถุต่ำเกินไป การใช้งานคือหมุนไปทางขวาตามเข็ม ก็จะเป็นการเปิดเครื่อง หมุนไปเรื่อยๆเพื่อปรับจนถึงจุดที่ส่งเสียง critical sound คือ เสียงแรกที่เบาที่สุดที่พอได้ยิน ก่อนที่จะปรับ critical sound เราจะต้องกดปุ่ม Button ก่อน ถ้าใช้งานตรวจจับอยู่แล้วเสียง critical sound ดังมากขึ้นหรือเงียบไป เราต้องกดและปล่อยปุ่ม Button นี้เป็นการปรับ critical sound อีกครั้ง และเมื่อใช้งานตรวจจับเสร็จแล้ว ควรหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับมาทางซ้ายให้สุดเพื่อเป็นการปิดเครื่อง ไม่ควรเปิดเครื่องค้างไว้

3.       การใช้งานสวิตช์เปลี่ยนโหมด : ปรับเปลี่ยนโหมดไปมาระหว่าง ground balance ที่ให้เสียงเตือนเมื่อพบโลหะทุกชนิด แต่จะสามารถกำจัดการรบกวนจากแร่ธาตุในดินออกไปได้ กับโหมด discrimination ที่แยกชนิดของโลหะที่พบได้

4.       การใช้งานปุ่ม Tuner : ปุ่มนี้ปรับร่วมกับปุ่มโหมด มันจะปรับอะไรขึ้นอยู่กับว่าใช้โหมดไหนอยู่ ในโหมด ground balance ปุ่มนี้ปรับแล้วจะช่วยลดการรบกวนของแร่ธาตุในดิน ส่วนในโหมด discrimination ปุ่มนี้จะช่วยแยกความแตกต่างระหว่างชนิดของโลหะ

5.       ปรับความถี่ด้วยปุ่ม FA : มีทั้งหมดสามตำแหน่งให้หมุน จะแทนสามความถี่ในการทำงาน ให้เลือกตามลำดับ ถ้าการทำงานไม่เสถียร อาจจะมีสัญญาณรบกวนอย่างชัดเจนในความถี่ที่ใกล้เคียงกัน จุดๆนั้นเราสามารถปรับปุ่มนี้ให้ความถี่การทำงานของเครื่องเรามีความเสถียรมากที่สุด คือสัญญาณนิ่ง ไม่มีการรบกวนจากภายนอก

6.       รูเสียบหูฟัง : เราสามารถใช้หูฟังมาเสียบได้ กรณีที่สภาพแวดล้อมที่เราไปสำรวจมีเสียงรบกวนการฟังเสียงจากเครื่องของเรา

 

-          POWER : ปุ่มเปิดปิด สามารถปรับจูนได้ มันจะส่งเสียงยุบยิบเป็นการบอกเมื่อความไวต่อวัตถุมากเกินไป แต่ถ้ามีเสียงดังหรือเสียงเงียบไปเลยนั่นหมายถึงความไวต่อวัตถุต่ำเกินไป การใช้งานคือหมุนไปทางขวาตามเข็ม ก็จะเป็นการเปิดเครื่อง หมุนไปเรื่อยๆเพื่อปรับจนถึงจุดที่ส่งเสียง critical sound คือ เสียงแรกที่เบาที่สุดที่พอได้ยิน

-          FA : มีทั้งหมดสามตำแหน่งให้หมุน จะแทนสามความถี่ในการทำงาน ให้เลือกตามลำดับ

-          Button : ปุ่มนี้เป็นปุ่มสำคัญเพราะเป็นปุ่มปรับจูนมิเตอร์ด้านบน ให้กดแล้วปล่อยบ่อยๆเพื่อเป็นการจดจำระบบ จดจำสถานะการทำงาน ณ เวลานั้นๆโดยอัตโนมัติ หากลืม ไม่ได้กดจูนบ่อยๆ จะมีผลกระทบต่อความลึก ที่เครื่องสามารถตรวจจับได้

-          Meter : เป็นมิเตอร์หน้าปัดบอกความแรงของสัญญาณโลหะที่พบ

-          MODE : ปรับเปลี่ยนโหมดไปมาระหว่าง ground balance กับ discrimination

-          TUNER : ปุ่มนี้ปรับร่วมกับปุ่มโหมด มันจะปรับอะไรขึ้นอยู่กับว่าใช้โหมดไหนอยู่ ในโหมด ground balance ปุ่มนี้ปรับแล้วจะช่วยลดการรบกวนของแร่ธาตุในดิน ส่วนในโหมด discrimination ปุ่มนี้จะช่วยแยกความแตกต่างระหว่างชนิดของโลหะ

 

รูปจากด้านหลังของตัวกล่องปฏิบัติการ

  

 

 

-          Search coil interface : เป็นรุเสียบสายที่ต่อกับจานตรวจจับ

-          Earphone jack : รูเสียบหูฟัง

-          Power interface :  รูเสียบสายที่ต่อกับแหล่งให้พลังงาน น่าจะเป็นพวกการใช้ไฟฟ้าชาร์จ

-          Battery interface : รูเสียบเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่

-          Battery compartment : เป็นช่องใส่แบตเตอรี่ มีที่ปิดคือ Battery compartment cover

 

 

โหมดตรวจจับโลหะ (Metal Detecting mode)

 

เหมือนกับการตรวจจับในเหมืองทั่วไป จานตรวจจับควรจะอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 10 -15 เซนติเมตร แล้วเคลื่อนที่ขนานพื้นไป (ถ้าไกลพื้นเกินไปจะมีผลกระทบกับความลึกที่เครื่องจะตรวจจับได้) มี 2 โหมดคือ

 

1.โหมดตัดสัญญาณรบกวนจากดิน (Ground balance mode)

 

โหมดนี้ไม่ใช่แค่เพียงสามารถตัดสัญญาณรบกวนจากแร่ธาตุในดินออกไปเท่านั้น แต่การรับส่งสัญญาณของวัตถุ กับจานตรวจจับผ่านดิน ยังมีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการตรวจจับทั้งในร่มอาคารและกลางแจ้ง หลังจากที่เราใช้โมดนี้แล้วตรวจพบโลหะใต้ดิน เราก็จะเปลี่ยนเป็นอีกโหมดนึง (Recognition mode) เพื่อระบุชนิดของโลหะ ในส่วนของโหมด ground balance นี้ จานตรวจจับเคลื่อนที่ผ่านเหนือวัตถุเป้าหมายเมื่อใด เครื่องจะปล่อยสัญญาณเสียง อย่างต่อเนื่องและมีการบ่งบอกที่มิเตอร์เมื่อนั้น ไม่ว่าจะเป็นโลหะชนิดไหนก็ตาม

 

ขั้นตอนการปรับ

1.       สวิตช์โหมดไปที่โหมด ground balance

2.       ยกจานตรวจจับขึ้นสูงจากดินประมาณ 70-80 cm

3.       กดปุ่ม Button ค้าง หมุนปุ่ม Power ไปทางขวาตามเข็มนาฬิกาเพื่อเป็นการเปิดเครื่อง และหมุนไปทางขวาอีกเรื่อยๆจนเกิดเสียงแรก ที่เบาที่สุดที่จะได้ยิน เรียกว่า critical sound พอได้ยินแล้วก็ปล่อยปุ่ม Button

4.       รักษาระยะของจานตรวจจับไว้ให้เหนือดิน 10-15 cm ถ้าเสียง critical sound ดังเพิ่มขึ้น ให้ยกจานตรวจจับ กดปุ่ม  Button ค้าง และหมุนปุ่ม Tuner ปรับทวนเข็มไปทางซ้ายเล็กน้อยให้เสียงเบาลง ปล่อยปุ่ม Button แล้วลองนำจานตรวจจับลงไปใกล้พื้นตามเดิม ถ้าเสียงยังคงดังเพิ่มขึ้นอยู่ ให้ทำตามขั้นตอนเมื่อสักครู่ซ้ำอีก การปรับจะสำเร็จก็ต่อเมื่อ critical sound ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเรานำจานตรวจจับขึ้นหรือลงใกล้พื้นดิน การที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือหมายความว่า เครื่องได้ทำการตัดสัญญาณรบกวนจากแร่ธาตุภายในดินออกไปแล้ว แล้วเครื่องก็จะไม่มีการเพิ่มขึ้นของเสียงเตือน นอกจากว่าจะพบวัตถุเป้่าหมายแล้วเท่านั้น

5.       ถ้าหากเสียงที่เบาที่สุด หรือ critical sound นั้น เกิดลดลง ให้เรายกจานตรวจจับขึ้น กดปุ่ม Button ค้างและหมุนปุ่มปรับ Tuner ตามเข็มนาฬิกาไปทางขวา ปล่อยปุ่ม Button  แล้วลองนำจานตรวจจับลงไปใกล้พื้นตามเดิม ถ้าเสียงยังคงเบาลงอยู่ ให้ทำตาม ขั้นตอนเมื่อสักครู่ซ้ำอีก การปรับจะสำเร็จก็ต่อเมื่อ critical sound ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเรานำจานตรวจจับขึ้น หรือลงใกล้พื้นดิน

6.       เน้นย้ำว่า ก่อนที่จะทำการปรับสองข้อด้านบนทุกครั้ง จะต้องมีการกดปุ่ม  Button ค้างไว้แล้วหมุนปรับ พอปรับเสร็จก็ปล่อยปุ่ม

7.       ในขณะที่ทำการหมุนปรับดังด้านบน เราสามารถกวาดจานตรวจจับช้าๆไปเหนือพื้นได้ และในขณะที่ค้นหาวัตถุอยู่ เราควรได้ยินเสียง critical sound เบาๆอยู่ตลอดเวลา ถ้าเสียงนั้นค่อยๆเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละน้อย ให้ทำการกดปุ่ม Button แล้วปล่อยปุ่ม  Button  เพื่อเป็นการรีเซ็ตเสียง เมื่อเครื่องพบวัตถุโลหะเป้าหมาย จะมีเสียงเตือนที่ดังขึ้นมาก และจะสามารถอ่านที่มิเตอร์ได้

 

2.โหมดการแยกชนิดวัตถุโลหะ (Discrimination mode)

 

โหมดนี้ไม่ใช่แค่แยกโลหะระหว่างโลหะที่เป็นเหล็กกับไม่ใช่เหล็กออกจากกันได้แล้ว เรายังสามารถเลือกที่จะหาโลหะที่เราต้องการ และตัดที่ไม่ต้องการออกได้ ด้วยการปรับตามคู่มือเรื่องเสียงและมิเตอร์ อย่างไรก็ตาม มันต่างจากโหมดตัดสัญญาณรบกวนจากดิน เพราะมันไม่สามารถตัดสัญญาณรบกวนจากดินออกได้ในโหมดนี้ ในขณะที่เราตรวจจับด้วยโหมดนี้เราจึงจะต้อง กวาดเครื่องอยู่ในระดับเหนือพื้นดินที่ความสูงคงที่ และกวาดจานตรวจจับอย่างช้าๆ

 

ขั้นตอนการปรับ

1.       สวิตช์โหมดไปที่โหมด Discrimination

2.       กดปุ่ม Button ค้าง หมุนปุ่ม Powerไปทางขวาตามเข็มนาฬิกาเพื่อเป็นการเปิดเครื่อง และหมุนไปทางขวาอีกเรื่อยๆจนเกิดเสียงแรก ที่เบาที่สุดที่จะได้ยิน เรียกว่า critical sound

3.       หมุนปุ่มปรับการทำงานตามสภาพการทำงานจริงเพื่อตัดการตรวจจับโลหะชนิดที่เราไม่ต้องการออกไป ตัวอย่างเช่น เวลาที่เราใช้เครื่องในบริเวณที่มีเศษโลหะเยอะแยะไปหมด ก็จะทำให้เกิดการเตือนว่าพบโลหะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเศษโลหะเหล่านั้นไม่ใช่โลหะที่เราต้องการ วิธีการกำจัดเสียงที่ตรวจเจอเศษโลหะก็คือ ให้นำเศษโลหะนั้นมาวางไว้ แล้วนำจานตรวจจับมาไว้เหนือเศษนั้น ถ้ามีระดับเสียงเพิ่มขึ้น ให้กดปุ่มค้างไว้ หมุนปุ่มไปทางซ้ายทวนเข็ม ให้เสียงเบาลง ปล่อยปุ่ม หลังจากนั้นเอาจานตรวจจับมาไว้เหนือเศษโลหะอีกที ถ้าเสียงเบาลง ให้เอาจานตรวจจับออกมาก่อน กดปุ่ม แล้วหมุนปรับปุ่มไปทางขวาเพิ่มเสียง ปล่อยปุ่ม ทำตามขั้นตอนที่กล่าวมาซ้ำๆจนกว่าเสียง critical sound จะคงที่ในระดับเดิม หลังจากที่เราปรับแล้ว จะทำให้เศษเหล็กและโลหะดำเล็กๆ ที่เราไม่ต้องการนั้น ไม่สามารถทำให้เกิดเสียงเตือนได้ เราจึงจะได้ยินเสียงเตือนตอนที่พบโลหะที่เราอยากจะค้นหาเท่านั้น ในขณะที่วัตถุโลหะที่ไม่ใช่เหล็กและวัตถุฌลหะที่มีขนาดใหญ่กว่าเศษเหล็กเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้เครื่องร้องเตือนได้

     การปรับปุ่มTuner ปรับไปที่ค่า “2” หรือต่ำกว่านั้น จะทำให้โลหะไม่ใช่เหล็กที่มีขนาดใหญ่กว่า จะเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น แต่พวกโลหะดำ(น่าจะหมายถึงพวกเหล็ก)ที่ใหญ่กว่า จะทำให้ลดระดับเสียง (ตัดเหล็กออกจากการค้นหา) ในขณะที่ถ้าหากว่าปรับปุ่มTuner ปรับไปที่ค่า “7” หรือสูงกว่านั้น จะทำให้โลหะไม่ใช่เหล็กที่มีขนาดใหญ่กว่า ลดเสียงให้เบาลง แต่พวกโลหะดำที่ใหญ่กว่า จะเพิ่มระดับเสียง

คลิปวิธีใช้เครื่อง TC-30




 แบตเตอร์รี่
    ใช้แบตแบบชาร์ตไฟชนิด 18650 lithium 2 ก้อน เพื่อเก็บพลังงาน เสียบสายต่ออแดรปเตอร์ชาร์ตกับไฟบ้านได้เลย เมื่อไฟ LED ที่กล่องควบคุมเปลี่ยนเป็นสีเขียว แสดงว่าชาร์ตเต็มแล้ว สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 4-5 ชัวโมง
    สามารถชาร์ตไฟไปพร้อมๆกับการใช้งานไปด้วยได้ โดยอาจประยุกต์ต่อกับแหล่งจ่ายไฟขนาดเล็กเช่นแบตเตอร์รี่แบบพกพา หรือถ้าลักษณะการใช้งานไม่จำเป็นต้องเคลื่อนที่เช่น การตรวจอาหารในเรือนจำ ก็สามารถต่อกับไฟฟ้าพร้อมใช้งานต่อเนื่องได้เลย

Batteries and Accumulator Battery

This instrument uses two 18650 lithium batteries. They are put in the host machine cavity. Install the battery into the compartment as indicated by the polarity symbols (+ and -) marked on the side of the compartment. After the battery is installed, push together the battery compartment cover according to Figure 3 and then fasten the clamp buckle on the top.

 After the battery runs out, it should be timely charged. When the charger light turns green, the battery is fully charged. Then disconnect the charger power and remove it from the socket.

For convenience, TC-30 provides a free power cable. When used, connect the battery to the cable according to labeled positive and negative polarity, and then plug the power plunge into the host machine. Note: pay attention to the alligator clip and battery polarity: red to positive and black to negative. If reversed, it will directly damage the host circuit board.

 Recommend to use the SN 6V 4A model accumulator battery, whose nominal voltage is DC 6V. For battery use and maintenance, you should note the following:

1. Prevent the battery case from cracking and electrolyte leakage;

 2. Long-term vacant accumulator battery should always be checked voltage. Charge immediately if less than 6V;

 3. The charge voltage should be between 7.05V ~ 7.35V;

 

 4. The battery terminal voltage should not be lower than 5.4V. Otherwise over-discharge will appear which seriously affects the battery life. Recommend to charge after cumulative operation time up to 4 to 5 hours.

 

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

 

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซี ดาวคะนอง ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาบิ๊กซี ดาวคะนอง ออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาโลตัสพระราม2 ออมทรัพย์
  • ค่าธรรมเนียม - (ไม่มี)
  • การชำระผ่าน PayPal คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งชำระเงิน เนื่องจากระบบจะจัดการให้คุณทันที ที่คุณชำระเงินเสร็จสมบูรณ์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

2,490.00 บาท
3,990.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,690.00 บาท
  • สั่งซื้อ
5,900.00 บาท
7,900.00 บาท
  • สั่งซื้อ

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

หน้าที่เข้าชม1,820,978 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด1,002,525 ครั้ง
เปิดร้าน10 ก.ย. 2556
ร้านค้าอัพเดท21 ส.ค. 2561

0867540090 / Line ID : @aabbcc (Line id อย่าลืมใส่เครื่องหมาย@)
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก